แหล่งข้อมูล: สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

 

 

1

        ความนิยมอาหารเนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช (Plant-based Meat) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ตามรายงานของ The Packaged Fact พบว่า คนอเมริกันร้อยละ 23 ได้หันมารับประทานเนื้อที่ทำจากพืชแทนเนื้อสัตว์ ผลการสำรวจของบริษัท OnePoll ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 คนอเมริกันร้อยละ 47 เริ่มหันไปรับประทานอาหารที่ใช้เนื้อที่ทำจากพืช และร้อยละ 25 ลดการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และร้อยละ 23 ลดการรับประทานไข่ไก่ อีกทั้งรายงานของสถาบัน The Good Food Institute แจ้งว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดอาหาร Plant-based ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 คิดเป็นมูลค่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลาดอาหารทำจากพืชได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้นักลงทุนทั้งในสหรัฐฯ และจากต่างประเทศ ต่างเข้ามาแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภคอเมริกันสายวีแกนที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายและหลายช่องทางมากขึ้น

        ปัจจุบันผู้ผลิตยักษ์ใหญ่อย่าง Tyson, Smithfield, Perdue, Hormel, Nestle, Jimmy Dean และUnilever ต่างเข้ามาแข่งขันนำเสนออาหารทำจากพืช แม้แต่ร้านฟาดฟูดส์ เช่น McDonald's ก็มีเมนู McPlant Meatless Burger หรือแม้แต่เมนูของร้านอาหารในห้าง Ikea จำนวนครึ่งหนึ่งเป็นอาหารที่ทำจากพืชและอาหารที่บรรจุในหีบห่อที่ขายในร้านชำของห้างร้อยละ 80 เป็นอาหารทำจากพืช ในส่วนของผู้ประกอบการค้าร้านค้าปลีกชั้นนำ เช่น Whole Foods, Kroger, Trader Joe's ต่างแข่งขันกันดึงลูกค้าสายวีแกนด้วยการเพิ่มสินค้าอาหารทำจากพืชให้มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ค้าส่งอย่างบริษัท VEDGEco (อยู่ที่รัฐฮาวาย) หันมาให้บริการจัดส่งอาหาร Plant-based ทั่วประเทศ ร้านค้าปลีกเปิดใหม่อย่าง PlantX หรือที่เรียกฉายาตัวเองว่า Vegan Amazon จากเมืองชานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย และร้าน Vegan Fine Foods ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา มีแผนการขยายเปิดร้านสาขาทั่วทุกรัฐภายในปี 2567 ส่วนร้านค้าทางออนไลน์ มีทั้งบริษัท Vejii ที่มีสินค้าสายวีแกนถึง 3,200 รายการ

        ล่าสุด สงครามการแข่งขันตลาด Plant-based ในสหรัฐฯ ได้เพิ่มจำนวนผู้แข่งขันเข้ามาอีกราย เมื่อห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีอย่าง Lidle ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารที่ทำจากพืชให้มีความหลากหลายเช่นกัน ทั้งนี้ ห้าง Lidle ได้เปิดสาขาในสหรัฐฯ เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมาถึง 103 แห่ง